โรคสมาธิสั้น...แก้ไขได้

โรคสมาธิสั้น...แก้ไขได้

 

  อ้างอิงภาพประกอบจากหนังสือนิทาน เรื่อง ผ้าไหม กับ ใบชา

ในปัจจุบันแนวโน้มของเด็กสมาธิสั้นมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักมีความกังวลใจเรื่องนี้มาก เมื่อลูกซุกซน ไม่อยู่นิ่ง รอคอยไม่เป็น ทำกิจกรรมอะไรได้ไม่นาน ลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือไหม ? วันนี้ Edtech creation จึงนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับเรื่อง โรคสมาธิสั้น มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

โรคสมาธิสั้นคืออะไร  

โรค หรือ อาการ สมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ตั้งแต่ในเด็กอายุ 4-5 ปีขึ้นไป และพบได้มากถึง 5% ในเด็กวัยเรียน พบในเด็กผู้ชายมากกว่าในเด็กผู้หญิง ผู้ป่วยมักมีปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิ เรียนไม่รู้เรื่อง ทำงานไม่เสร็จ หรือมีปัญหาทางพฤติกรรม เช่น อยู่ไม่นิ่ง เล่นรุนแรง ดื้อ ต่อต้าน (นพ.ทรงภูมิ เบญญากร, 2556)

อาการที่แสดงให้เห็นว่าเด็กอาจมีโรคสมาธิสั้น
            1. อาการขาดสมาธิ (attention deficit) เด็กจะมีลักษณะวอกแวกง่าย ขาดความตั้งใจในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ต้องใช้ความคิด เด็กมักจะแสดงอาการเหม่อลอยบ่อยๆ ฝันกลางวัน ทำงานไม่เสร็จ ผลงานมักจะไม่เรียบร้อย ตก ๆ หล่น ๆ ดูเหมือนสะเพร่า ขาดความรอบคอบ เด็กมักจะมีลักษณะขี้ลืม ทำของใช้ส่วนตัวหายเป็นประจำ มีลักษณะเหมือนไม่ฟังเวลาพูด เวลาสั่งให้เด็กทำงานอะไรเด็กมักจะลืมทำ หรือทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ อาการขาดสมาธินี้มักจะมีต่อเนื่อง ติดตัวจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่
            2. อาการซน (hyperactivity) เด็กจะมีลักษณะซน อยู่ไม่สุข ยุกยิกตลอดเวลา นั่งนิ่งๆ ไม่ค่อยได้ ต้องลุกเดิน หรือขยับตัวไปมา ชอบปีนป่าย เล่นเสียงดัง เล่นผาดโผน หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย มักประสบอุบัติเหตุบ่อยๆ จากความซน และความไม่ระมัดระวัง พูดมาก พูดไม่หยุด ชอบแกล้งหรือแหย่เด็กอื่น
            3. อาการหุนหันพลันแล่น (impulsivity) เด็กจะมีลักษณะวู่วาม ใจร้อน อารมณ์หุนหันพลันแล่น ทำอะไรไปโดยไม่คิดก่อนล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมา ขาดความระมัดระวัง เช่น วิ่งข้ามถนนโดยไม่มองรถดีๆ ซุ่มซ่าม ทำข้าวของแตกหักเสียหาย เวลาต้องการอะไรก็จะต้องให้ได้ทันที รอคอยอะไรไม่ได้ เวลาอยู่ในห้องเรียนมักจะพูดโพล่งออกมาโดยไม่ขออนุญาตครูก่อน มักตอบคำถามโดยที่ฟังคำถามยังไม่ทันจบ ชอบพูดแทรกเวลาที่คนอื่นกำลังคุยกันอยู่ หรือกระโดดเข้าร่วมวงเล่นกับเด็กคนอื่นโดยไม่ขอก่อน  
(ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล, 2556)

วิธีการรักษาหรือแก้ไข

1.1  สำหรับครอบครัว

ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมอง และต้องเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นอย่างถูกต้อง พ่อแม่ควรอธิบายกับลูกถึงความจำเป็นในการรักษาและในการรับประทานยา เนื่องจากเด็กมักรู้สึกว่าตนเองไม่ปกติ ไม่ควรให้การดูแลเด็กมากเกินไปจนทำให้เด็กได้สิทธิพิเศษ เพราะจะทำให้เด็กขาดทักษะชีวิตที่จำเป็น และไม่ควรละเลยการดูแลที่สำคัญโดยเฉพาะเรื่องการเรียน เพราะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกด้อยคุณค่าตนเอง โดยเฉพาะการออกจากระบบการเรียนก่อนวัย
       นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถใช้กิจกรรมต่างๆ ทั้งกีฬา ดนตรี ศิลปะ และงานบ้าน เพื่อช่วยเสริมให้สมาธิดีขึ้น กีฬาช่วยให้เขาได้ปล่อยพลังออกไป ได้ใช้สมาธิในการมอง การกะระยะ ฝึกทักษะการใช้มือ แขน ขา สายตา ดนตรีช่วยฝึกสมาธิการฟัง ศิลปะและงานบ้านช่วยฝึกจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และการสังเกต และถ้าหากลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ลงโทษโดยการตัดสิทธิ์หรืองดกิจกรรมบางอย่าง ผู้ปกครองไม่ควรพูดจาบั่นทอนความรู้สึกหรือลงโทษด้วยวิธีรุนแรง

1.2  สำหรับโรงเรียน 

ในปัจจุบัน เด็กสมาธิสั้นสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ โดยครูสามารถจัดห้องเรียนให้เหมาะสม เช่น นั่งห่างหน้าต่าง หรือนั่งใกล้ครู มีเพื่อนคอยช่วยเหลือเรื่องการจดการบ้าน และพยายามเตือนเวลาเด็กขาดสมาธิ 

การจัดการศึกษาแบบเฉพาะบุคคล (Individual Education Program: IEP) มักทำในเด็กสมาธิสั้นบางรายที่มีภาวะการเรียนรู้บกพร่อง นอกจากนี้ทัศนคติของครู มีความสำคัญที่จะช่วยให้เด็กสมาธิสั้น สามารถเรียนรู้ร่วมกับเด็กในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ปกครองจำเป็นต้องทำความเข้าใจ และสอบถามอาการเด็กจากครูอย่างสม่ำเสมอ (นพ.ทรงภูมิ เบญญากร, 2556)

      จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า โรคสมาธิสั้น สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ เข้าใจในพฤติกรรม และให้กำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้เด็กเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติ Edtech creation ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองทุกๆท่านนะคะ

 

แหล่งที่มา

นพ.ทรงภูมิ เบญญากร. โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity disorder: ADHD). http://haamor.com/th/.2556. แหล่งที่มา : th/โรคสมาธิสั้น/#article103. ค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2560.

สำนักบริการคอมพิวเตอร์. โรคสมาธิสั้นคืออะไร. http://www.ku.ac.th. 2548. แหล่งที่มา : /e-magazine/february48/know/samati.html. ค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2560.

มปป. เด็กสมาธิสั้น แก้ไขได้. https://www.dmc.tv/.2554. แหล่งที่มา: /pages/top_of_week/ทันโลกทันธรรม-สมาธิสั้นแก้ไขได้.html. ค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2560.

ASTVผู้จัดการออนไลน์. วิธีแก้และป้องกัน สมาธิสั้นในเด็ก. http://www.manager.co.th. 2558. แหล่งที่มา : /goodhealth/ViewNews.aspx?NewsID=9580000034053. ค้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2560.

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล. มารู้จักและช่วยเด็กสมาธิสั้นกันเถอะ ตอนที่ 1. http://www.si.mahidol.ac.th. 2556. แหล่งที่มา/th/department/psychiatrics/dept_article_detail.asp?a_id=392. ค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2560.