อันตรายจากขนมขบเคี้ยว

อันตรายจากขนมขบเคี้ยว

 

ในปัจจุบันขนมขบเคี้ยวเข้ามามีบทบาทสำคัญกับเด็กมากขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารับประทาน รสชาติอร่อย พร้อมด้วยของเล่นในซอง ขนมส่วนใหญ่มักทำจากแป้ง น้ำตาล ไขมัน ล้วนให้เพียงพลังงาน แต่เด็กกลับชอบรับประทานมากกว่าอาหารมื้อหลัก ซึ่งสามารถนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพ และทำให้การเจริญเติบโตช้าวันนี้ Edtech creation จึงนำสาระน่ารู้เรื่อง “ อันตรายจากขนมขบเคี้ยว ” มาฝากกันค่ะ                  

อันตรายจากขนมขบเคี้ยว

ขนมกับเด็กเป็นของคู่กัน เด็กจะชอบทานขนมเพราะร่างกายต้องการน้ำตาลเพื่อนำไปสร้างพลังงานให้กับร่างกาย รสหวานของขนมเป็นสิ่งจูงใจเด็ก ทำให้เด็กชอบกินขนมมากกว่าอาหารอย่างอื่น  (การศึกษาในภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลในเขตชนบท, ออนไลน์) พบว่าขนมขบเคี้ยวที่เด็กรับประทานคิดเป็นพลังงานถึงร้อยละ 20 ของพลังงานที่ควรได้รับประจำวันซึ่งสูงพอสมควร และไปแทนที่อาหารหลัก 5 หมู่ ที่มีประโยชน์มากกว่า (นิติธร ปิลวาสน์, 2539) กล่าวว่าขนมขบเคี้ยวมีส่วนประกอบของแป้ง น้ำตาลและไขมัน นอกจากนี้ยังมีผงชูรส เกลือ กลิ่นและสีปรุงแต่งอาหาร ขนมขบเคี้ยวถือว่าเป็นอาหารขยะ (Junk food) เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย ส่วนสารอาหารประเภทโปรตีน วิตามิน เกลือแร่มีน้อยมาก เมื่อกินเข้าไปแล้วจะอิ่มง่าย แป้งและน้ำตาลจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วนและอาจทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมาหรืออาจเกิดโรคขาดสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หากบริโภคจำนวนมาก อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญาในระยะยาวแก่เด็กได้ 

สอนเด็กๆเรื่องขนมขบเคี้ยว. . .เริ่มได้จากที่บ้าน

เด็กๆมักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่าการอยู่ที่โรงเรียน พ่อแม่จึงเป็นบุคคลที่เด็กๆใกล้ชิดมากที่สุด เด็กๆจะได้รับการอบรมเลี้ยงดู การฝึกฝนและได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ จากพ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่จึงเป็นผู้สอนพฤติกรรมต่างๆให้เกิดกับเด็ก สำหรับการสอนให้เด็กรับประทานขนมหรืออาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงการกินขนมขบเคี้ยว พ่อแม่จึงควรปฏิบัติ ดังนี้ (นิติธร ปิลวาสน์, 2539)

พ่อแม่สามารถเริ่มโดยเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สอนให้ลูกเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการทั้งอาหารมื้อหลักและอาหารว่าง เนื่องจากลูกจะรักและเชื่อฟังพ่อแม่ ซึ่งเด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมของบุคคลที่เด็กรัก ศรัทธาและมีอำนาจเหนือเด็ก

ในขณะรับประทานอาหารในแต่ละมื้อพ่อแม่ควรสนทนากับลูกเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารที่รับประทานเพื่อให้เด็กเห็นว่ามีคุณค่าและควรเลือกรับประทาน  ให้เด็กมีส่วนร่วมในการประกอบอาหาร เมื่อพ่อแม่เข้าปรุงอาหารในครัวควรเปิดโอกาสให้ลูกได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการปรุงด้วย เช่น การให้ลูกช่วยหั่นผัก ล้างผัก เติมเครื่องปรุงลงในกระทะ การที่ลูกได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆของการประกอบอาหารจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาเกิดความรู้สึกว่าอาหารนั้นๆมีคุณค่า เขาได้มีส่วนร่วมและจะเลือกรับประทานโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องบังคับ  หรือบางครั้งควรพาลูกออกไปรับประทานอาหารข้างนอกบ้านบ้าง พ่อแม่ควรสั่งอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ นอกจากนี้ควรเปิดโอกาสให้เด็กเลือกรายการอาหารที่มีประโยชน์มารับประทานด้วย ดังนั้นพ่อแม่จึงควรอธิบายเกี่ยวกับประโยชน์ของรายการอาหารต่างๆเพื่อให้เด็กสามารถเลือกและสั่งมารับประทานได้

พ่อแม่ควรสอนให้ลูกเห็นโทษที่เกิดจากการกินขนมขบเคี้ยว ซึ่งพ่อแม่สามารถหาวิธีการต่างๆมาสอน เช่น การใช้วิธีการเล่านิทานที่ตัวละครในนิทานชอบกินขนมขบเคี้ยวแล้วทำให้เป็นโรคฟันผุ โรคอ้วน หรือการให้ดูรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าขนมขบเคี้ยวเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์และเกิดผลเสียต่อสุขภาพนอกจากนี้พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้เท่าทันเกี่ยวกับการโฆษณาทางสื่อต่างๆทั้งวิทยุและโทรทัศน์ที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับขนมขบเคี้ยว เนื่องจากการโฆษณาบางอย่างจะเป็นการโฆษณาที่บอกคุณค่าของขนมเกินความจริง เด็กที่มีประสบการณ์น้อยอาจหลงเชื่อได้ ดังนั้นเมื่อลูกดูโทรทัศน์และมีการโฆษณาขนมขบเคี้ยว พ่อแม่ควรชี้แนะให้เห็นผลดีผลเสียของสินค้านั้นๆและไม่ควรปล่อยให้ลูกดูโทรทัศน์ตามลำพัง

 

       เมื่อรับรู้ถึงอันตรายของขนมขบเคี้ยวแล้ว Edtech creation จึงนำลักษณะขนมที่ควรหลีกเลี่ยงมาฝากกันค่ะ ขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากแป้ง มันฝรั่ง เกลือ ไขมัน ผงชูรส และแต่งกลิ่น รส สี หากเด็กรับประทานมากเกินไปจะทำให้เด็กอ้วน และถ้าไม่ใช่สีผสมอาหารจะทำให้เกิดเป็นโทษต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ลูกอม น้ำตาล น้ำอัดลม น้ำหวาน จะทำให้ฟันผุได้ ดังนั้นเด็กๆจึงควรหันมาทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก และผลไม้กันนะคะ

         

Edtech creation ขอแนะนำหนังสือที่สามารถส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้แก่เด็ก ได้แก่หนังสือนิทานพหุปัญญาเรื่อง นานาชอบผักและผลไม้   http://goo.gl/V5hQS0 

 

แหล่งอ้างอิง

พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์โทษของขนมขบเคี้ยว.  http://santisakk.blogspot.com.  2554.  แหล่งที่มา : 2011/04/blog-post_5222.html. ค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2560.

นิติธร ปิลวาสน์. สอนลูกเรื่องขนมขบเคี้ยว (Teaching Children about Snacks).  http://taamkru.com.  2539.  แหล่งที่มา : สอนลูกเรื่องขนมขบเคี้ยว/ค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2560.

            มปปเตือนภัยอันตรายจากสารพัดขนม.  https://health.kapook.com.  มปป.  แหล่งที่มา : view17430.html. ค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2560.

Piyawan-onขนมกรุบกรอบภัยร้ายใกล้ตัว. http://www.thaihealth.or.th.  2557.  แหล่งที่มา ขนมกรุบกรอบภัยร้ายใกล้ตัว.html. ค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2560.