ท่องโลกสมอง

ท่องโลกสมอง

       สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย โดยจะทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ความรู้สึกนึกคิดของตัวเรา ดังนั้นการที่เราจะใช้สมองให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น เราควรจะเรียนรู้และทำความรู้จักกับสมองทั้งสองซีกนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้พัฒนา และบำรุงรักษาสมองเอาให้ไว้ใช้ประโยชน์ได้นานๆ  

 

รู้จักสมองทั้งสองซีก Know Your Brain Edited

       สมองมีหน้าที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการรับความรู้สึกทั้งหมด และควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อทุกประเภท ซึ่งสมองคนเรานั้นมี 2 ซีก คือ ซีกซ้ายและซีกขวา โดยมีร่องแบ่งซีกสมองคั่นอยู่ตรงกลาง สมองซีกซ้ายจะควบคุมการทำงานของร่างกายซีกขวา และสมองซีกขวาจะควบคุมการทำงานของร่างกายซีกซ้าย นอกจากนี้ สมองซีกซ้ายเป็นส่วนควบคุม ความสามารถในการใช้ภาษา ตรรกะ ตัวเลข และการวิเคราะห์ สำหรับสมองซีกขวา จะควบคุมความสามารถทางศิลปะ ดนตรี จินตนาการ และการสังเคราะห์

       ดังนั้น ความสามารถของมนุษย์ในด้านต่างๆ ที่มีไม่เหมือนกันนั้น เกิดจากการฝึกฝน การเรียนรู้ และการพัฒนาของสมองทั้งสองซีกในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันในแต่ละคน

 

สมองของเราตายได้หรือไม่.....

       ในสมองของคนเรามีเซลล์สมองที่เรียกว่า “นิวรอน” อยู่จำนวน 100,000 ล้านเซลล์ และเมื่อเราอายุครบ 20 ปี เซลล์สมองก็จะลดลงเองวันละ 100,000 เซลล์ นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่ทำให้เซลล์สมองของเราตายไวกว่าปรกติ นั่นก็คือ การไม่ดูแลรักษาสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่จัด ดื่มสุรา เสพสารเสพติด และเกิดความเครียด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เซลล์สมองของเราตายเร็วมากยิ่งขึ้น

 

สมองหญิงกับชายแตกต่างกันจริงหรือ?

        เรื่องสมองเป็นเรื่องที่มนุษย์พยายามศึกษาวิจัยกันมาช้านาน และก็มีผลงานวิจัยที่ทำให้เราต้องทึ่งกับการทำงานของสมองมากมาย แม้กระทั่งความแตกต่างกันในเรื่องเพศ ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากการทำงานของสมองที่ต่างกัน ทำให้พฤติกรรม ความสามารถ ความถนัดในแต่ละด้านมีความแตกต่างกันไปด้วย จากการศึกษาค้นคว้า นักวิทยาศาสตร์สามารถสรุปการทำงานของสมองระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ได้ดังนี้... 
         สมองของเพศหญิง เก่งในการรับรู้รายละเอียดต่างๆ สามารถจำหน้าคนได้ดี มีความไวต่อกลิ่น รส สัมผัส และเสียง มากกว่าผู้ชาย 
         สมองของเพศชาย มีความสามารถในการเรียนรู้เรื่องทิศทาง แผนที่ เส้นทางต่างๆ รูปทรง และคณิตศาสตร์ได้ดีกว่าผู้หญิง

 

ทำไมสมองถึงจำ และลืมได้?

        การจำและการลืมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างมาก เพราะจะช่วยในพฤติกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์ ถ้าเราจำอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราไม่ได้เลย เราจะมีสภาพเป็นอย่างไร คงพูดไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ ในทางกลับกันหากเราจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สมองเราก็จะทำงานหนัก และสมองของเราก็จะโตเป็นมนุษย์ต่างดาว ดังนั้นสมองของเราจึงต้องเลือกจดจำเรื่องราว หรือข้อมูลในบางเรื่องเอาไว้เท่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน และลักษณะของข้อมูลที่จะทำให้สมองของเราจดจำนั้น จะต้องเป็นข้อมูลที่มีความน่าสนใจ มีความโดดเด่น เป็นข้อมูลที่เราสนใจมากเป็นพิเศษ หรือเกิดจากการที่เราทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอยู่บ่อยๆ หากไม่อยากลืมก็ต้องทำสิ่งนั้นๆ จนเป็นกิจวัตร สมองเราก็จะจดจำสิ่งที่ทำเหล่านี้ได้เองโดยอัตโนมัติ

 

สมองต้องใช้พลังงาน แล้วพลังงานได้มาจากไหน...?

        สมองของเราก็เหมือนกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายคือ ต้องการอาหาร เพื่อใช้เป็นพลังงานในการทำงาน สมองจะมีน้ำหนักเพียง 2% ของน้ำหนักร่างกาย แต่ต้องใช้พลังงานถึง 20% ของพลังงานที่ร่างกายผลิตได้ โดยสมองจะทำงานได้ต้องอาศัยพลังงานจากกลูโคสและออกซิเจน ซึ่งนำมาทางกระแสโลหิต สารอาหารที่กล่าวมาเหล่านี้ก็มาจากอาหารที่เรารับประทานทุกวันนั่นเอง

        ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะเนื้อปลาที่มีโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มสมองของเราให้แข็งแรง และช่วยในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์ในสมองได้ดียิ่งขึ้น

 

ทำไมต้องฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน  และการเขียน ให้ครบทุกทักษะ

        การที่เราจะพัฒนาความคิดให้มีทักษะและศักยภาพสูงขึ้นนั้น เราจะต้องสร้างทักษะในการฟัง พูด อ่าน และเขียนให้ครบทุกทักษะก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาความคิดได้เป็นอย่างดี  การฟังถือเป็นการเก็บข้อมูลให้สมองนำไปใช้งานเพื่อการคิด การพูดถือเป็นการฝึกให้สมองดึงข้อมูลที่มีอยู่มาใช้งานอย่างเป็นระบบ สามารถจัดลำดับความสำคัญและการเชื่อมโยงกันได้ การอ่าน ถือเป็นวิธีการในการดึงสมองให้จดจ่อ มีสมาธิอยู่กับตัวอักษร ในขณะที่อ่านก็สามารถฝึกฝนการวิเคราะห์แล้วเก็บข้อมูลได้ไปในตัว ส่วนการเขียน นั้น ถือว่าเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราควบคุมความคิดให้เป็นระบบและบันทึกผลการคิดไว้เป็นหลักฐาน 

        ทุกทักษะที่กล่าวมาข้างต้น ต่างมีความสำคัญในแง่ของการพัฒนาสมองให้ดีขึ้นทั้งสิ้น หากจะให้สมองพัฒนาอย่างสมบูรณ์ต้องหมั่นฝึกฝนทักษะเหล่านี้บ่อยๆ สมองของเราก็จะพัฒนาตามไปด้วย 

 

ความรักความอบอุ่นสำคัญต่อสมองอย่างไร

         ความรักความอบอุ่นเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์ และสำคัญกับสมองมาก เพราะนอกจากเป็นสิ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดีแล้ว ความรักยังมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของสมอง รวมทั้งมีผลต่อการสร้างเครือข่ายเส้นใยสมอง การส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้วย โดยเฉพาะสมองของเด็กซึ่งจะมีความตื่นตัวมากกว่าสมองของผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า ดังนั้นการแสดงความรักความเอาใจใส่ให้กับเด็ก จึงเป็นการช่วยสร้างสมองที่ดีให้แก่เด็กยิ่งขึ้น

         เมื่อเรารู้สึกมีความรัก สมองจะหลั่งสารที่มีชื่อว่า “โดปามีน (dopamine)” ซึ่งจะมีผลต่อสมองคือ ทำให้เกิดความรู้สึกถึงรางวัลของชีวิต สร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้น มันจะช่วยผลักดันให้ทำในสิ่งที่ท้าทาย หรือยากลำบากได้ง่ายขึ้น ดังนั้น เราจึงควรเติมความรักให้แก่กัน เพื่อจะได้เป็นการช่วยพัฒนาสมองต่อไป 

                                                 

          สำหรับท่านใดที่ต้องการจะศึกษาเรื่องราวของสมองเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสาร ชุด "ท่องโลกสมอง" ฉบับเต็ม 
ได้ที่ ...  http://www.mediafire.com/?m7hiwe7bgra415n หรือ เข้าไปติดตามข่าวสารและดาวน์โหลดเอกสารฉบับอื่นๆ ในชุด 
หนังสือ
ความรู้เกี่ยวกับ
สมองได้ที่ https://www.facebook.com/pages/Brain-based-Learning-Thailand/186737724711226                               


เอกสารอ้างอิ: 

         พรพิไล เลิศวิชา. ท่องโลกสมอง. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน, 2552.