ครูออมกับเทคนิคการสอนเด็กด้วยนิทาน 2 ภาษา

ครูออมกับเทคนิคการสอนเด็กด้วยนิทาน 2 ภาษา

สัมภาษณ์และเรียบเรียง : บรรณาธิการ EdTech Creation

 

           หากเราต้องการติดต่อสื่อสารกับคนชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนไทย เราจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญสำหรับทุกคน ในปัจจุบันจึงมีหลายครอบครัวส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็ก 2 ภาษา เพราะเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษและหวังให้ลูกเติบโตโดยมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี

           การปลูกฝังให้ลูกรักภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องสำคัญ ทาง EdTech Creation ขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับ “ครูออม” ศุภดา พึ่งหิรัญ คุณครูผู้มีประสบการณ์สอนเด็กปฐมวัยที่สหรัฐอเมริกากว่า 10 ปี และปัจจุบันเป็นหัวหน้าแผนกสองภาษา ที่โรงเรียนอนุบาลวัยดรุณ จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ครูออมมีประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการสอนเด็ก 2 ภาษามาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ทราบ ไปติดตามกันนะคะ

         

    ศุภดา พึ่งหิรัญ

         ค.บ. (การศึกษาปฐมวัย) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับสอง

               M.S. (General Education Studies Concentration: Gifted Education) Johns Hopkins University, U.S.A.

   ประสบการณ์สอนเด็กปฐมวัยที่สหรัฐอเมริกา 10 ปี

 

ประสบการณ์การสอน ณ ต่างแดน

           หลังจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins (หลักสูตร Master of Science: General Education Studies Concentration: Gifted Education) ครูออมได้เป็นครูอนุบาล สอนเด็กในช่วงอายุ 2-6 ปี ที่โรงเรียนในสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2544-2553) ซึ่งแต่ละปีครูที่สอนก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันสอนไปเรื่อยๆ ด้านการเรียนการสอนของเด็กอนุบาลที่อเมริกาจะแตกต่างไปจากของไทย ที่เห็นได้ชัดเจนคือการจัดห้องเรียนที่ต่างกัน เด็กที่อเมริกาจะได้รับการกระตุ้นจากครูให้อ่านหนังสือเยอะ ครูจะเป็นผู้จัดหนังสือในห้องเรียนให้มีความหลากหลาย มีทั้งหนังสือที่เด็กพอจะอ่านได้บ้าง และหนังสือที่เด็กอ่านไม่ได้แต่มีรูปภาพที่น่าสนใจ มีหนังสือที่ให้เด็กฝึกอ่านเป็นคำๆ อ่านเป็นประโยค หรือเป็นเรื่องราวต่างๆ แต่ที่เน้นเป็นพิเศษก็จะเป็น “หนังสือภาพ” เพราะช่วยกระตุ้นจินตนาการของเด็กและสร้างทักษะการเรียนรู้ด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี บางครั้งครูก็จะออกไปตามห้องสมุดในชุมชนบ้าง เพื่อไปยืมหนังสือจากห้องสมุดมาสับเปลี่ยนในห้องเรียน เด็กจะได้มีหนังสือที่แปลกใหม่ให้อ่านมากขึ้น

 

เทคนิคการสอนเด็กด้วยนิทาน 2 ภาษา

           การเลือกนิทานที่จะนำมาเล่าให้เด็กฟังนั้น ครูออมจะเลือกจากหัวข้อที่เรียนเป็นหลัก เช่น เด็กเรียนเรื่องบ้าน ครูก็จะหานิทานที่เกี่ยวข้องกับบ้านมาเล่าเพิ่มเติมให้เด็กฟัง โดยหนังสือที่ใช้สอนเด็กก็จะมีทั้งหนังสือภาษาไทย หนังสือภาษาอังกฤษ และหนังสือภาษาไทยปนกับภาษาอังกฤษ หากเป็นนิทานภาษาอังกฤษต้องเลือกที่มีเนื้อเรื่องสั้น ไม่ซับซ้อนมากจนเกินไป

           ขั้นตอนการสอนโดยใช้หนังสือ 2 ภาษานั้น เมื่อเปิดหนังสือขึ้นมาแล้วถ้าครูอ่านภาษาไทยให้เด็กฟังก่อน เด็กก็จะไม่อยากฟังภาษาอังกฤษ แต่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษให้เด็กฟังก่อนเด็กก็จะรอฟังคำแปลภาษาไทย ไม่ค่อยตั้งใจฟังเนื้อเรื่องภาษาอังกฤษเท่าที่ควร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของครูที่ต้องใช้เทคนิคในการสอนเด็ก คือ ก่อนที่จะอ่านเนื้อเรื่องในนิทานให้เด็กฟัง ครูจะต้องคุยกับเด็กก่อนเกี่ยวกับเนื้อหาในนิทาน แล้วให้เด็กดูภาพตามพร้อมกับให้คาดเดาเนื้อเรื่องควบคู่กันไป แล้วครูจึงอ่านภาษาอังกฤษให้เด็กฟังก่อนแล้วค่อยอ่านภาษาไทยตามเป็นหน้าๆ ไป เพราะถ้าจะสอนแต่ภาษาอังกฤษ เด็กอนุบาล 1 จะยังไม่เข้าใจ ต้องสอนไปด้วย พูดไปด้วย แปลไปด้วย (อ่านภาษาอังกฤษก่อน แล้วตามด้วยแปลภาษาไทยทีละหนึ่งหน้า) พอเป็นเด็กอนุบาล 2-3 ครูอ่านเนื้อเรื่องภาษาอังกฤษให้เด็กฟังได้เลยโดยไม่ต้องแปล เพราะเด็กจะเริ่มชินกับเนื้อหาแล้ว แต่ก็จะมีเด็กบางคนที่ยังตกหล่นอยู่ ครูจึงต้องสรุปเนื้อหาให้เด็กฟังอีกรอบ เพื่อให้เด็กได้เข้าใจถึงแก่นเรื่องที่ถูกต้องของนิทาน

http://www.edtechbooks.com/private_folder/puppet2.jpg

           ระหว่างการเล่านิทาน 2 ภาษา ครูหรือผู้ปกครองอาจใช้ตุ๊กตาหุ่นมือประกอบการเล่านิทาน เพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กให้ดีขึ้น และที่สำคัญผู้เล่าควรใช้น้ำเสียงที่น่าสนใจ เพื่อให้เด็กรู้สึกสนใจและตั้งใจฟังเรื่องราวในนิทาน นอกจากนี้ควรต่อยอดการเรียนรู้หลังจากที่เล่านิทานให้เด็กฟัง โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับเรื่องราวในนิทาน เพื่อให้เด็กมีทักษะด้านอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้น

http://www.edtechbooks.com/private_folder/moolookpong2.jpg

 

แนะนำการเลือกหนังสือนิทาน 2 ภาษา

           ด้วยความที่นิทานเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสื่อสารกับเด็กได้อย่างแนบเนียน สอนให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม มีมารยาท รู้จักกาลเทศะ เข้าใจปัญหา และเรียนรู้การแก้ไขปัญหาผ่านเรื่องราวของตัวละครในนิทาน ดังนั้นการเลือกนิทานที่เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการและทัศนคติที่ดี

           ในความเห็นของครูออมถ้าครูหรือผู้ปกครองนำนิทาน 2 ภาษา ชุด “Porpiang and Porjai’s Happiness” เล่ม 1-3 นี้ ไปสอนเด็ก จะเป็นประโยชน์มาก เพราะยังไม่ค่อยมีหนังสือ 2 ภาษาที่เป็นลักษณะนี้ การหาหนังสือให้ตรงกับสาระการเรียนรู้ที่สอนนั้นยากมาก แทบไม่มีเลย ถึงมีก็จะใช้แต่เรื่องเดิมซ้ำๆ อย่างถ้าครูสอนเรื่องบ้านก็จะใช้นิทานลูกหมูสามตัว ซึ่งเรื่องนี้ถูกใช้มานานมากจนเด็กสามารถท่องเนื้อหาได้ ความกระตือรือร้นอยากรู้ของเด็กก็จะลดลงไป

           ดังนั้นครูออมคิดว่าหนังสือชุด “Porpiang and Porjai’s Happiness” เป็นหนังสือดีที่สามารถนำไปใช้สอนเด็กได้ เพราะหนังสือมีเนื้อหาที่ปลูกฝังเรื่องจริยธรรม ศาสนา และวัฒนธรรมของไทย อีกทั้งยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับอาเซียนด้วย ครูก็สามารถนำไปใช้สอนเด็กได้เลย ถือเป็นสื่อการสอนที่พร้อมใช้ เพราะมีเนื้อหาตรงกับสาระการเรียนรู้ที่ครูสอนในห้อง ภาษาที่ใช้ไม่ยากจนเกินไป เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก อย่างเด็กอนุบาล 2-3 ก็สามารถอ่านเนื้อเรื่องเองได้เลย แม้เนื้อหาบางส่วนจะดูเป็นวิชาการไปบ้าง แต่ผู้เขียนได้ร้อยเรียงเรื่องราวอย่างเหมาะสม อ่านง่าย เนื้อหาเป็นเรื่องที่เด็กสามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน และยังฝึกให้เด็กเชื่อมโยงเนื้อหาจากนิทานกับประสบการณ์จริงของตัวเด็กได้อีกด้วย

           แน่นอนว่าความใฝ่ฝันของผู้เลี้ยงดูเด็กทุกคน คือการได้เห็นเด็กๆ ที่เราคอยดูแลเอาใจใส่ เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความเก่ง เป็นคนดี และมีความสุขในการดำเนินชีวิตทุกๆ วัน ดังนั้นการเลือกใช้วิธีการและสื่อที่เหมาะสมกับเด็ก ย่อมสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้เด็ก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะสำคัญอื่นๆ ต่อไป

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ชุดนิทานก่อนนอน 2 ภาษา กับค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ :  http://www.edtechbooks.com/product/1590249/นิทานก่อนนอน-2-ภาษา-กับค่านิยมหลักของคนไทย-12-ประการ.html

Porpiang and Porjai’s Happiness เล่ม 1-3 : http://www.edtechbooks.com/product-category/354457/นิทาทน 2 ภาษา.html