อาหารสำหรับเด็กปฐมวัย

                        

 

                         

         อาหารเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เพราะมีผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย สมอง ระบบประสาทและสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาการทางอารมณ์และบุคลิกภาพ  เด็กปฐมวัยจึงต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่โดยเฉพาะทางด้านอาหารและโภชนาการ เด็กวัยนี้จะมีความสนใจเรื่องการรับประทานอาหารน้อยลง เนื่องจากมีความสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นและห่วงการเล่นเด็กจึงมีโอกาสขาดสารอาหารได้  ซึ่งการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการจะช่วยให้ร่างกายเด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมให้กับเด็ก

การจัดอาหารให้เด็กปฐมวัย นอกจากคำนึงถึงปริมาณให้เด็กอิ่มท้องแล้วยังต้องคำนึงถึงคุณค่าสารอาหารเช่น โปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆ การจัดเตรียมอาหารควรมีความหลากหลายชนิดหมุนเวียนในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้เด็กได้รับอาหารเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ

หลักการจัดอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2546)

1. ควรจัดอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม และมีการเตรียมที่สะอาดปลอดภัย ควรเน้นกรรมวิธีผ่านความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรคจนแน่ใจว่าสะอาด ผักสดและผลไม้ต้องล้างให้สะอาด เนื้อสัตว์ต้องปรุงสุกเสมอ การเตรียมอาหารไม่ควรนานเกิน       2 ชั่วโมงก่อนให้เด็กรับประทาน อาหารที่ปรุงเสร็จหรือล้างสะอาดแล้ว ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดป้องกันแมลงและฝุ่นต่างๆ (สำนักอนามัยและสิ่งแวดล้อม, 2547)

2. ควรให้ร่างกายได้รับไขมันที่พอเหมาะ คือประมาณร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด ในเด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับน้ำมันพืชและไขมันจากสัตว์ และนม และควรเลือกใช้น้ำมันที่ให้กรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันจากปลาทะเล เด็กวัย 1-3 ปี รับประทานไข่ได้วันละ 1 ฟอง

3. ควรให้เด็กรับประทานน้ำตาลแต่พอควร การรับประทานน้ำตาลทรายที่ใส่ในอาหาร ขนม และเครื่องดื่มมากเกินไปจะทำให้เกิดโทษ เช่น ฟันผุ และยังเป็นสาเหตุให้มีการสร้างไขมันไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจขาดเลือดและโรคเบาหวานในอนาคต ควรรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตประเภทธัญพืช ซึ่งเมื่อย่อยแล้วจะให้น้ำตาล ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้และยังได้รับสารอาหารชนิดอื่นเพิ่มเติมด้วย

4. ควรให้เด็กรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ อาหารที่ให้ใยอาหารเป็นส่วนของพืชที่ร่างกายย่อยไม่ได้ จึงเหลือเป็นกากอยู่ในลำไส้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ กระตุ้นการขับถ่ายของร่างกายให้สม่ำเสมอ มีการศึกษาพบว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่สารพิษสัมผัสกับผนังลำไส้เป็นเวลานาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลำไส้โป่งพอง ริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งบางชนิด โรคไขมันสูงในเลือดเมื่อเติบใหญ่ ผักที่มีประโยชน์สูง ได้แก่ผักที่มีสีเขียวสด เช่น ผักตำลึง ผักบุ้ง ผักคะน้า ฯลฯ ผักสีแดง สีเหลือง สีแสด เช่น มะเขือเทศสุก ฟักทอง  เป็นต้น ในวันหนึ่งๆ ควรได้รับผักอย่างน้อย 1-2 ชนิด

5. ควรให้เด็กรับประทานอาหารรสธรรมชาติ งดเว้นอาหารรสจัดทุกชนิด ควรลดการใช้เกลือและอาหารที่มีโซเดียมสูง เพราะอาหารรสเค็มจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว อาหารหมักดองอื่นๆ รวมถึงเครื่องดื่มบางชนิดที่มีโซเดียมสูงด้วย

6. ควรให้เด็กรับประทานอาหารที่มีส่วนป้องกันโรคมะเร็ง ได้แก่ การเพิ่มผักและผลไม้ให้มากขึ้น ละเว้นอาหารที่ไหม้เกรียมอาหารที่มีความชื้นจนเกิดเชื้อรา จำกัดปริมาณไขมันโดยเฉพาะที่มาจากสัตว์ และไขมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัว ควรหลีกเลี่ยงอาหารใส่สีและสารเคมี

7. ควรให้เด็กรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และสะดวกแก่การรับประทาน เนื่องจากระบบทางเดินอาหารของเด็กยังเติบโตไม่เต็มที่ กระเพาะอาหารยังมีขนาดเล็ก การจัดอาหารให้เด็กจึงควรมีความพอเหมาะ เด็กที่เล็กมากควรแบ่งมื้ออาหารให้มากขึ้น ขนาดของอาหารควรหั่นเป็นชิ้นเล็กที่สะดวกในการตักและเคี้ยว นอกจากนี้เด็กในวัยนี้ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องปริมาณของอาหารที่เหมาะสม บางวันอาจรับประทานได้มาก บางวันอาจรับประทานได้น้อย หากเด็กรับประทานอาหารน้อยผู้จัดอาหารไม่ควรวิตกกังวลมาก ควรหาวิธีจูงใจให้เด็กอยากรับประทานอาหารและถ้าเด็กไม่ยอมรับประทานควรแยกอาหารชนิดนั้นออกไปก่อน ปล่อยให้เด็กได้ปรับตัวในการรับประทานอาหารมื้อต่อไป (กองโภชนาการ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุข, 2546)

         ผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอ ฝึกให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ทุกชนิด เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในการปรุงอาหารของพ่อแม่ในแต่ละมื้อถ้าเป็นไปได้ควรให้เด็กได้เข้าร่วมและให้เขาช่วยเหลือในสิ่งที่เหมาะสมตามวัย ให้เด็กได้สังเกตด้วยการใช้ประสาทสัมผัส ซึ่งจะทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงในขณะอยู่กับครอบครัว เป็นการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมให้กับเด็ก

         นอกจากผู้ปกครองแล้วครูก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารด้วยการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การจัดสภาพแวดล้อมในโรงอาหารให้ดึงดูดความสนใจเด็กโดยการ ติดรูปภาพ ผัก ผลไม้หรืออาหารที่มีประโยชน์ หรือการจัดกิจกรรมเล่านิทาน ครูควรเลือกนิทานที่มีความสอดคล้องกับชีวิตของเด็กให้มากที่สุด อย่างเช่น นิทานเรื่อง กังหันที่อ่างขาง เนื้อหาในนิทานเป็นเรื่องราวของเด็กชายตัวน้อยที่สนใจแต่เทคโนโลยีไม่ชอบทานผัก แต่เมื่อเขาได้ลองทานผักที่ทั้งสดและสะอาด ก็พบว่าผักนั้นอร่อยกว่าที่เขาคิดไว้ นิทานเรื่องนี้นอกจากจะสอนให้เด็กรู้จักทานผักที่มีประโยชน์แล้ว ยังแทรกแง่คิดในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงอยู่กับธรรมชาติรอบตัว แทนการใช้แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่

         อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ นิทานชุดพหุปัญญา เรื่อง นานา ชอบผักและผลไม้ หรือนานา ทำขนมบัวลอย ซึ่งเนื้อหาในนิทานจะมุ่งสอนในเรื่องของความพอประมาณตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความมีวินัยในตนเอง รวมถึงความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมในการดูแลร่างกายของตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง รู้จักเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังสอดแทรกความรู้เรื่องรูปร่าง รูปทรงเรขาคณิต ทิศทาง และการเปรียบเทียบสีต่างๆ เป็นการเสริมทักษะเรื่องมิติสัมพันธ์ให้กับเด็กอีกด้วย ด้วยเนื้อหาที่สนุกสนานบวกกับภาพประกอบสีสันสวยงามของนิทาน จึงถือเป็นการดึงดูดเด็กๆ ให้หันมาสนใจในเรื่องการรับประทานอาหาร และเด็กสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้จากนิทานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วยค่ะ      

 

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง 

หนังสือนิทานพหุปัญญาเรื่อง นานาชอบผักและผลไม้ นานาทำนมบัวลอย : http://goo.gl/V5hQS0 

และหนังสือนิทาน กังหันที่อ่างขา : http://goo.gl/XRWlwa


 

                                                   บรรณานุกรม 

ชุติสรา พิทักษ์วงศ์วิทยา. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559. โภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย. (Online).

            Available URL :http://mommyyut.blogspot.com/2013/12/010.html

นิติธร ปัลวาสน์. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559. สอนลูกเรื่องการบริโภคอาหาร (Food consumptin). (Online).

            Available URL :  http://taamkru.com/th

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. “ตำรับอาหารมาตรฐาน สำหรับเด็กปฐมวัย”. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ :

           สำนักพิมพ์เจริญดีมั่นคง การพิมพ์, 2551.

สมฤดี เข็มศรี. 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559. การบริหารจัดการด้านอาหารและโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย.

          (Online).AvailableURL : http://www.dusitcenter.org/dusitwebs/plan/newsview.php?id=3605

Wannapa. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559. โภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัยและวัยก่อนเรียน. (Online). Available

           URL : http://www.thaihealth.or.th/Content/20231

นานานัน.  นานาทำขนมบัวลอย.  พิมพ์ครั้งที่ 1 : มกราคม 2556.  กรุงเทพมหานคร :

            บริษัทเอ็ดดูเคชั่นแนลเทคโนโลยี (เอ็ดเทค) จำกัด

นานานัน.  นานาชอบผักและผลไม้.  พิมพ์ครั้งที่ 1 : มกราคม 2556. กรุงเทพมหานคร :

            บริษัทเอ็ดดูเคชั่นแนลเทคโนโลยี(เอ็ดเทค) จำกัด

ป.ปลาตัวกลม.  กังหันที่อ่างขาง.  พิมพ์ครั้งที่ 1 : มกราคม 2558.  กรุงเทพมหานคร :

             บริษัท จ.เจริญ อินเตอร์พริ้น (ประเทศไทย) จำกัด.