๑๒ สิงหา รำลึกพระคุณแม่

                                     

 

                                                        ๑๒ สิงหา รำลึกพระคุณแม่

        วันแม่แห่งชาติ เป็นวันสำคัญของไทยที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อมารดาและตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งก็คือวันที่ ๑๒ สิงหาคม

 

        จุดประสงค์ของการจัดงานวันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ เป็นวันสำคัญที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อสื่อถึงวัตถุประสงค์อันสำคัญที่หลากหลาย โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยได้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของการจัดงานวันแม่ ไว้ดังนี้

๑.      เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะแม่ของแผ่นดิน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย  

๒.      เพื่อให้ลูกทุกคนได้รำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของแม่ และตระหนักถึงหน้าที่ของลูกที่พึงมีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพทั้งกายใจของแม่ให้ครบถ้วนสมบรูณ์  

๓.      เพื่อให้ผู้ที่เป็นแม่ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนที่พึงมีต่อบุตร ธิดา และครอบครัว     

๔.      เพื่อประกาศเกียรติคุณ และเผยแพร่ให้สงคมได้รับรู้ถึงคุณงามความดีของแม่และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นแบบอย่างที่ดี สมควรแก่ความชื่นชม ยกย่อง และรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติในเรื่องความกตัญญูของลูกที่มีต่อแม่ให้คงอยู่ต่อไป 

(http://www.culture.go.th, ๒๕๕๙.)

 

         ความหมายของคำว่า “แม่”

ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕  “แม่” หมายความว่า หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน ซึ่งเป็นคำเรียกที่มีความหมายยิ่งใหญ่อยู่ตัว โดยเฉพาะกับผู้เป็นลูก ที่ได้แม่คอยดูแลมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนกระทั่งเติบใหญ่

ความหมายของคำว่า “แม่” นอกจากจะเป็นผู้ให้ชีวิตหรือหญิงผู้ให้กำเนิดบุตรแล้ว สังคมไทยยังใช้คำว่าแม่ตามความหมายนี้เรียกสิ่งดีงามตามธรรมชาติอื่นๆ เพื่อยกย่องเทิดทูนในฐานะผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ แม่ธรณี เป็นต้น ความหมายของคำว่าแม่ในลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดอย่างชัดเจนว่าสังคมไทยตั้งแต่โบราณมายกย่องและให้เกียรติสตรีเพศผู้เป็นแม่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่และบุญคุณของแม่ต่อชีวิตของลูกๆ ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย และในบริบทของสังคมวัฒนธรรมไทย “แม่”  คือ ผู้เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อลูกๆ คอยดูแลเอาใจใส่ลูกจนเติบใหญ่ ความรักของแม่ถือว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ สังคมไทยมักพูดถึงแม่ในฐานะของผู้ที่รักลูกยิ่งชีวิต พร้อมจะตกระกำลำบากเพื่อลูกของตนโดยไม่สำนึกเสียใจ             

                                                                                                          

          พระคุณแม่

แม่มีความสำคัญต่อทุกชีวิตบนโลก เพราะว่าแม่คือผู้ให้กำเนิดลูกขึ้นมา เมื่อแม่ให้กำเนิดแล้ว แม่ยังเป็นผู้เลี้ยงดูลูกจนเติบใหญ่ ถึงแม้ว่าการคลอดลูกแต่ละครั้งจะเป็นช่วงที่เจ็บปวดร่างกายและอันตรายที่สุด แต่ด้วยความรักที่แม่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน จึงทำให้แม้จะเจ็บปวดร่างกายมากเท่าใด แม่ย่อมยินดีที่จะให้ลูกของแม่เกิดขึ้นมา และไม่เพียงเท่านั้น แม่ยังปรารถนาให้ลูกของตนได้เกิดมาด้วยความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ลูกได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขสมบรูณ์ แม่ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจดูแลลูกจนเติบใหญ่โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ดั่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและโบราณจารย์ต่างๆ กล่าวถึงพระคุณของแม่มีมากจนกระทั่งว่า ถ้าจะเอาแผ่นฟ้ามาแทนกระดาษ เอาน้ำในมหาสมุทรมาแทนน้ำหมึก เอาเขาพระสุเมรุที่ถือว่าเป็นภูเขาที่ใหญ่ที่สุดมาแทนปากกา แล้วบรรจงเขียนพรรณนาพระคุณของแม่ จนกระทั่งตัวอักษรเต็มผืนฟ้า น้ำทะเลหมดมหาสมุทร เขาพระสุเมรุทั้งลูกก็สึกราบเรียบไปหมด แม้กระนั้นก็ยังพรรณนาพระคุณของท่านไม่จบเลย

 

          เพลงสำหรับ “วันแม่”

ปัจจุบันเพลงที่ขับร้องในวันแม่มีมากมายหลายเพลง แต่เพลงที่ยังคงเป็นเพลงอมตะที่ฟังเมื่อไหร่ก็ยังคงซึ้งกินใจทุกครั้งก็คือ เพลง “ค่าน้ำนม” เนื่องด้วยเนื้อเพลงค่าน้ำนมและทำนองมีความไพเราะและมีความหมายที่สื่อถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของแม่ โดยเพลง “ค่าน้ำนม” นี้ แต่งขึ้นโดยครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ คือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน  (วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี, ๒๕๕๙)                                                      

เนื้อเพลงบอกถึงความรัก ความเสียสละและความอดทนของแม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก แม้จะเหนื่อยยากเพียงใดก็ยังยอมลำบากเพื่อปกป้องคุ้มครองลูกให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะสามารถทำได้  นอกจากจะให้เราระลึกถึงพระคุณเเม่เเล้ว ยังทำให้เรามองเห็นขนบดั้งเดิมตามวิถีไทย หลายอย่างจากเนื้อเพลง เช่นการศึกษาของผู้ชายไทยสมัยก่อนนั้น มักจะอยู่ในวัดวาอาราม ซึ่งเป็นแหล่งสอนสั่งความรู้ ทางโลก อ่านออกเขียนได้ และ ทางธรรม อันได้แก่ การถือศีล และยึดมั่นในพระรัตนไตร นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อกันอีกว่า หากลูกชายได้บวชเรียน ก็จะส่งแผ่อานิสงส์ไปให้กับพ่อแม่ ได้เกาะชายผ้าเหลืองไปสู่สุคติ เมื่อจากโลกนี้ไป

พระคุณของแม่ที่มีต่อลูกมีมากมายไม่สามารถจะบรรยายได้หมด แม่สามารถเลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่ เมื่อถึงวัยที่แม่เริ่มชรา จึงเป็นหน้าที่สำคัญของลูกที่ต้องดูแลแม่ ซึ่งถือเป็นการตอบแทนพระคุณของแม่อย่างหนึ่ง แต่ที่จริงแล้ว การตอบแทนพระคุณของแม่ ลูกสามารถกระทำได้ตั้งแต่เมื่อเราเป็นเด็ก หรืออาจจะกล่าวได้ว่า การตอบแทนพระคุณของแม่คือ การทำหน้าที่ของลูกให้สมบูรณ์ตามวัยของตนเอง เช่น เมื่อเราเป็นเด็ก หน้าที่สำคัญของลูก คือ การตั้งใจเรียน การเป็นเด็กดี และเชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ และเมื่อเราโตขึ้น จบการศึกษา และมีงานทำ หน้าที่สำคัญของลูก ก็คือ การดูแลให้แม่มีความสุขสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าพระคุณของแม่นั้นมีความยิ่งใหญ่มาก และในฐานะลูกเนื่องในวันที่ ๑๒ สิงหาคมนี้ เราอย่าลืมแสดงความรักที่มีต่อแม่กันนะคะ

 

 

                                            บรรณานุกรม

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2559). วันแม่แห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2559, จากhttp://www.enn.co.th

                   http://www.dmc.tv/pages/top_of_week/.html

กระปุกดอทคอม. (2559). วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ประวัติวันแม่แห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม

                    2559,จากhttp://hilight.kapook.com/view/14164

Sanook. (2559). ประวัติแม่แห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2559, จาก http://motherday.sanook.com/

วันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม). สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2559, จากhttp://www.tlcthai.com/

                    education/history-of- thailand/4499.html

12 สิงหาคม “วันแม่แห่งชาติ”สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2559, จากhttp://www.culture.go.th

                     cday/index.php

“พระคุณแม่” ความยิ่งใหญ่ที่พุทธศาสนายกย่อง. สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2559,จาก

                    www4.mns.ac.th/22135/html/p4.html